บทความทั้งหมด

ปรับปรุงล่าสุด 28/10/2564
เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า

เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า

  •  4 ตุลาคม 2564

ครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” แสดงจุดยืนพร้อมกับการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานการปกป้องสุขภาพของตนเองและส่วนรวมให้ห่างไกลควันบุหรี่ ด้วยการเดินหน้าผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์บุหรี่ทางเลือกได้รับการควบคุมอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 64 

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST)” เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก World No Tobacco Day ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ เครือข่ายฯ ขอเป็นตัวแทนประชาชนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีมากกว่า 5 แสนถึง 2 ล้านคน แสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ในการผลักดันการแก้ไขปัญหาความอันตรายจากการสูบบุหรี่ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญต่อสุขภาพของคนไทย พร้อมกับการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเราในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่ให้อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามกฏหมาย

                               เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า

 

“ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เราเห็นการจัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่มาโดยตลอด ซึ่งล้วนแต่จำกัดให้มีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้นระหว่าง “ต้องเลิกเท่านั้น” กับ “ได้รับควันพิษจากการสูบบุหรี่ต่อไป” จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ระบุว่าประเทศไทยมีประชากรสูบบุหรี่ทั้งสิ้น 10.7 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 19.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เราเชื่อว่าหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างก็เห็นแล้วว่าผู้สูบบุหรี่จำนวนมากไม่ตอบสนองกับแนวทางเหล่านั้น จึงทำให้ประเทศไทยไม่ประสบผลสำเร็จในการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ตามที่ได้มีการตั้งเป้าหมายไว้ จนกระทั่งนักวิชาการและแพทย์หลายท่านได้ออกมายอมรับด้วยซ้ำว่าประเทศไทย สอบตก ในนโยบายควบคุมบุหรี่”  นายมาริษ กล่าว

ด้าน นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายฯ เรียกร้องในนามผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศไปยังรัฐบาลว่า 1.ขอให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ทางเลือกประเภทส่งต่อนิโคติน ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ฯลฯ ที่มีความปลอดภัยกว่าบุหรี่แบบดั้งเดิมให้ได้รับการควบคุมอย่างถูกกฎหมาย

2.ขอให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างถูกกฏหมาย เพื่อเป็นทางออกให้กับตนเองและคนรอบข้างในการเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ขอให้ภาครัฐรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าบนพื้นฐานของความเป็นจริงและผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการหันมาออกนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์บุหรี่ทางเลือกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่การออกประกาศแบนอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนปัจจุบัน

4. ขอให้มีการออกกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ทางเลือก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐจากธุรกิจผิดกฏหมาย

5.ขอให้ภาครัฐพิจารณาจัดเก็บภาษีการซื้อขายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ทางเลือก เพื่อเป็นช่องทางเก็บรายได้เข้ารัฐ

และ 6. ขอให้รัฐบาลกำหนดท่าทีของนโยบายเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบทางเลือกของไทยอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก่อนการเข้าร่วมการประชุมองค์กรอนามัยโลก WHO - Framework Convention of Tobacco Control (WHO-FCTC) ครั้งที่ 9 หรือ COP9 ที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน  2564 นี้ โดยขอให้มีการสอบถามความเห็นจากพี่น้องประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มิใช่การรับฟังความเห็นจากฝ่าย NGOs เพียงด้านเดียว

“เราไม่ต้องการให้วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2564 เป็นเพียงการนำเอางบประมาณจำนวนมากมากมาใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป อีกทั้ง เมื่อมองถึงเป้าหมายการลดอัตราการการสูบบุหรี่ของคนไทยที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่สาม พ.ศ.2565–2570 ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 14 ภายในปี พ.ศ. 2570 แล้ว รวมถึงการเปรียบเทียบจากอัตราการสูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้นและยอดผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่อีกปีละกว่า 70,000 คน หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 200 คน ซึ่งมากกว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ด้วยซ้ำ เราก็จะยิ่งมองเห็นว่าประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ พวกเรามีความตั้งใจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและการยอมรับให้กับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ได้รับการยืนยันจากนานาประเทศแล้วว่าอันตรายน้อยกว่า เพื่อเราจะได้มุ่งไปสู่เป้าหมายความสำเร็จในการลดอัตราผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยลงได้ในอนาคต” นายอาสา กล่าว

ทั้งนี้ ในระหว่างการแถลงการณ์ออนไลน์ของเครือข่ายฯ มีผู้ที่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวและเข้ามาแสดงความคิดเห็น มากมาย เช่น "งบประมาณมหาศาล ถูกใช้ไปในการพยุงชีพผู้ป่วยมะเร็งปอดเยอะมากๆ ครับ” , “ทุกวันนี้ ร้อยละ 20 วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่มวน ผมพร้อม ยอมเสียภาษีครับ” และ “อยากให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฏหมายสักที”